
ศึกตลาดเก๋งนั่งร้อนฉ่าหลายค่ายทยอยออกสตาร์ทลงสนาม มาสด้า ฉวยโอกาสขาขึ้นจับเวอร์ชั่น “3” แต่งโฉมลุคใหม่ลงสนามแล้ว เจ้าพ่อใหญ่สามห่วง “โตโยต้า” ได้ทีถล่มส่ง “โคโรลล่า อัลติส” เก๋งนั่งขนาดคอมแพ็กต์โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ออกล่ายอด วางเป้า 3.2 พันคันต่อเดือนหมายครองเจ้าตลาดเก๋งปีนี้ ส่วนเก๋งเล็กเริ่มเดือดค่าย “ฟอร์ด” เตรียมส่งน้องใหม่ “เฟียสต้า” ลงออกศึกต้นกันยายนนี้ หลังปรับบริการหลังขายใหม่ประกันอะไหล่ถึงมือลูกค้าใน 24 ชม. ไม่งั้นรับฟรีไปเลย
แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจรถยนต์นั่งในช่วง 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้น จากการที่ลูกค้าชาวไทยได้ปรับพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ มาซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถยนต์นั่งขนาดกลาง แทนรถยนต์เชิงพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทยอยเปิดตัวรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น
มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นโคโรลล่า อัลติส ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของโตโยต้า ซึ่งแนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 44 ปี การเปลี่ยนแปลงของอัลติส ใหม่ โดยได้นำเครื่องยนต์ระบบ Dual VVT-i ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังใหม่ Super CVT-i ระบบเกียร์ 7 สปีด ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน ตลอดจนคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก คาดจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี และสามารถครองความเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่ง โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,200 คัน/เดือน และส่งออก 1,500 คัน/เดือน
สำหรับ อัลติส ใหม่ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 4 รุ่นคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 1.8 ลิตร 1.6 ลิตร และ 1.6 ลิตร ซีเอ็นจี (CNG) และแบ่งเป็น 12 รุ่นย่อย มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ เครื่องขนาด 1.6 ลิตร ราคา 7.44-8.34 แสนบาท ขณะที่เครื่องยนต์ 1.8 เริ่มต้น 8.64-9.19 แสนบาท และรุ่น 2.0 ลิตร ราคาตั้งแต่ 9.69 แสนบาท-1.204 ล้านบาท
ขณะที่มร.โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และคาดว่าครึ่งปีหลังของปีนี้ตลาดรถยนต์จะยังคึกคักต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่น “มาสด้า3” ลุคใหม่ เพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย อาทิ อุปกรณ์ชุดแต่ง สเกิร์ตดีไซน์ใหม่รอบคัน กันชนหน้า-หลังสปอร์ต เซ็นเซอร์ถอยหลัง ภายในพร้อมแอร์อัตโนมัติแต่งโครเมี่ยม ออพชั่นวิทยุ AUX เชื่อมต่อ iPod เชื่อว่าจะส่งผลให้ยอดขายมาสด้า3 ปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 6,000 คัน ขณะเดียวกันเมื่อรวมกับรถรุ่นอื่นๆ จะดันยอดขายรวมปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 164% หรือ 35,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5% ของตลาดรถยนต์โดยรวม
สำหรับ “มาสด้า3” ลุคใหม่ แบ่งเป็น 6 รุ่นย่อย เครื่องยนต์ 1.6 และ 2.0 ลิตร ด้านเครื่องยนต์ MZR คงสมรรถนะเดิม ทั้งขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-มตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบวาล์วแปรผัน SVT (Sequential Valve Timing) และระบบคันเร่งแบบ Drive-By-Wire ส่วน ขนาด 2.0 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 147 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 182 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด
ส่วนราคาจำหน่ายของ “มาสด้า3” ลุคใหม่ รุ่น Groove 1.6 ลิตร 7.55 แสนบาท รุ่น 1.6 Spirit 8.3 แสนบาท รุ่น 1.6 Spirit Sport เบาะหนัง (แฮตซ์แบ็ก) 8.57 แสนบาท ส่วน 2.0 Maxx 9.66 แสนบาท และรุ่นท็อป 2.0 Maxx Sport (แฮตซ์แบ็ก) 1.035 ล้านบาท
นายวิชิต ว่องวัฒนาการ รองประธานฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถปีนี้มีการแข่งขันกันสูง บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่าง ฟอร์ด เฟียสต้า ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ ขณะนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านไว้เต็ม 100% โดยเฉพาะการบริการหลังการขายและอะไหล่ บริษัทได้มีการเปิดแคมเปญรับประกันจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศใน 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
“ฟอร์ด รับประกันจัดส่งอะไหล่ใน 24 ชั่วโมง หรือรับไปเลย ฟรี!” ฟอร์ดให้การรับประกันว่าจะจัดส่งอะไหล่ให้กับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ กรณีที่เลยกำหนดส่งมอบ ลูกค้าจะได้รับอะไหล่ชิ้นดังกล่าวฟรี โดยโปรแกรมนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทุกแห่งทั่วประเทศ
สำหรับโปรแกรมดังกล่าวครอบคลุมกลุ่มอะไหล่สำคัญๆ 6 กลุ่ม มากกว่า 4,000 รายการ ได้แก่ 1) กลุ่มเครื่องยนต์ 2) กลุ่มเบรก 3) กลุ่มระบบช่วงล่าง 4) กลุ่มระบบไฟฟ้า 5) กลุ่มระบบส่งกำลัง และ 6) กลุ่มอะไหล่ตัวถัง นอกจากนี้เจ้าของรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ที่ซื้อตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน เช่น เรนเจอร์, เอเวอร์เรสต์, เอสเคป, โฟกัส และ เฟียสต้า น้องใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้



