หนังสือพิมพ์ออโต้ พรีวิว ครบเครื่อง เรื่องยานยนต์

E-mail Print PDF

เก๋งใหม่ไซส์‘กลาง-เล็ก’คึกมาสด้า3,อัลติส,เฟียสต้าลุยศึก

 

autonews-3

           ศึกตลาดเก๋งนั่งร้อนฉ่าหลายค่ายทยอยออกสตาร์ทลงสนาม มาสด้า ฉวยโอกาสขาขึ้นจับเวอร์ชั่น “3” แต่งโฉมลุคใหม่ลงสนามแล้ว เจ้าพ่อใหญ่สามห่วง “โตโยต้า” ได้ทีถล่มส่ง “โคโรลล่า อัลติส” เก๋งนั่งขนาดคอมแพ็กต์โฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ออกล่ายอด วางเป้า 3.2 พันคันต่อเดือนหมายครองเจ้าตลาดเก๋งปีนี้ ส่วนเก๋งเล็กเริ่มเดือดค่าย “ฟอร์ด” เตรียมส่งน้องใหม่ “เฟียสต้า” ลงออกศึกต้นกันยายนนี้ หลังปรับบริการหลังขายใหม่ประกันอะไหล่ถึงมือลูกค้าใน 24 ชม. ไม่งั้นรับฟรีไปเลย

             แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจรถยนต์นั่งในช่วง 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้น จากการที่ลูกค้าชาวไทยได้ปรับพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ มาซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถยนต์นั่งขนาดกลาง แทนรถยนต์เชิงพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เริ่มทยอยเปิดตัวรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น
              มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นโคโรลล่า อัลติส ใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของโตโยต้า ซึ่งแนะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 44 ปี การเปลี่ยนแปลงของอัลติส ใหม่ โดยได้นำเครื่องยนต์ระบบ Dual VVT-i ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังใหม่ Super CVT-i ระบบเกียร์ 7 สปีด ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและประหยัดน้ำมัน ตลอดจนคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก คาดจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างดี และสามารถครองความเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่ง โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,200 คัน/เดือน และส่งออก 1,500 คัน/เดือน 
              สำหรับ อัลติส ใหม่ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 4 รุ่นคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 1.8 ลิตร 1.6 ลิตร และ 1.6 ลิตร ซีเอ็นจี (CNG) และแบ่งเป็น 12 รุ่นย่อย มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ เครื่องขนาด 1.6 ลิตร ราคา 7.44-8.34 แสนบาท ขณะที่เครื่องยนต์ 1.8 เริ่มต้น 8.64-9.19 แสนบาท และรุ่น 2.0 ลิตร ราคาตั้งแต่ 9.69 แสนบาท-1.204 ล้านบาท
               ขณะที่มร.โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า กล่าวว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และคาดว่าครึ่งปีหลังของปีนี้ตลาดรถยนต์จะยังคึกคักต่อเนื่อง โดยบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่น “มาสด้า3” ลุคใหม่ เพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย อาทิ อุปกรณ์ชุดแต่ง สเกิร์ตดีไซน์ใหม่รอบคัน กันชนหน้า-หลังสปอร์ต เซ็นเซอร์ถอยหลัง ภายในพร้อมแอร์อัตโนมัติแต่งโครเมี่ยม ออพชั่นวิทยุ AUX เชื่อมต่อ iPod เชื่อว่าจะส่งผลให้ยอดขายมาสด้า3 ปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 6,000 คัน ขณะเดียวกันเมื่อรวมกับรถรุ่นอื่นๆ จะดันยอดขายรวมปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 164% หรือ 35,000 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 5% ของตลาดรถยนต์โดยรวม
               สำหรับ “มาสด้า3” ลุคใหม่ แบ่งเป็น 6 รุ่นย่อย เครื่องยนต์ 1.6 และ 2.0 ลิตร ด้านเครื่องยนต์ MZR คงสมรรถนะเดิม ทั้งขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-มตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบวาล์วแปรผัน SVT (Sequential Valve Timing) และระบบคันเร่งแบบ Drive-By-Wire ส่วน ขนาด 2.0 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 147 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 182 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด
                ส่วนราคาจำหน่ายของ “มาสด้า3” ลุคใหม่ รุ่น Groove 1.6 ลิตร 7.55 แสนบาท รุ่น 1.6 Spirit 8.3 แสนบาท รุ่น 1.6 Spirit Sport เบาะหนัง (แฮตซ์แบ็ก) 8.57 แสนบาท ส่วน 2.0 Maxx 9.66 แสนบาท และรุ่นท็อป 2.0 Maxx Sport (แฮตซ์แบ็ก) 1.035 ล้านบาท
                 นายวิชิต ว่องวัฒนาการ รองประธานฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถปีนี้มีการแข่งขันกันสูง บริษัทได้เตรียมความพร้อมสำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่าง ฟอร์ด เฟียสต้า ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ ขณะนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านไว้เต็ม 100% โดยเฉพาะการบริการหลังการขายและอะไหล่ บริษัทได้มีการเปิดแคมเปญรับประกันจัดส่งอะไหล่ทั่วประเทศใน 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
                 “ฟอร์ด รับประกันจัดส่งอะไหล่ใน 24 ชั่วโมง หรือรับไปเลย ฟรี!” ฟอร์ดให้การรับประกันว่าจะจัดส่งอะไหล่ให้กับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ กรณีที่เลยกำหนดส่งมอบ ลูกค้าจะได้รับอะไหล่ชิ้นดังกล่าวฟรี  โดยโปรแกรมนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ที่ศูนย์บริการฟอร์ดทุกแห่งทั่วประเทศ
                   สำหรับโปรแกรมดังกล่าวครอบคลุมกลุ่มอะไหล่สำคัญๆ 6 กลุ่ม มากกว่า 4,000 รายการ ได้แก่ 1) กลุ่มเครื่องยนต์  2) กลุ่มเบรก  3) กลุ่มระบบช่วงล่าง 4) กลุ่มระบบไฟฟ้า 5) กลุ่มระบบส่งกำลัง และ 6) กลุ่มอะไหล่ตัวถัง นอกจากนี้เจ้าของรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ที่ซื้อตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน เช่น เรนเจอร์, เอเวอร์เรสต์, เอสเคป, โฟกัส และ เฟียสต้า น้องใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

E-mail Print PDF

‘ลีสซิ่งกสิกร’โตคู่อุตฯรถ เตรียมสินเชื่อ1.6หมื่นล.

            ลีสซิ่งกสิกรไทย เชื่อตลาดรถโตสุดขีด จ้องลุยสินเชื่อรถยนต์ครึ่งปีหลัง’54 เผยแผนปล่อยสินเชื่อกว่า 1.6 หมื่นล้าน พร้อมคาดกำไร 6 เดือนหลังแตะ 176 ล้านบาท เชื่อโตตามเป้าตลาดรถยนต์ ปลื้มครึ่งปีแรกฟันกำไร 224 ล้านบาท สูงกว่าเป้าเดิมที่วางไว้แค่ 157 ล้านบาท ด้านสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.43% ต่ำที่สุดในระบบ
            นายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2553 ว่า จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งปี 2553 น่าจะอยู่ระหว่าง 700,000 ถึง 730,000 คัน ขยายตัว 28-33% จากปีที่ผ่านมา จึงได้วางแผนปล่อยสินเชื่อทั้งหมดเท่ากับ 16,793 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กสิกรไทย (K-Auto Finance) 7,662 ล้านบาท สินเชื่อรถยนต์เพื่อเงินสดกสิกรไทย (K-CAR to CASH) 2,686 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ลีสซิ่งรถยนต์ต่างๆ 2,054 ล้านบาท รวมสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งเท่ากับ 12,402 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์กสิกรไทย (K-Dealer Floorplan) ไว้ที่ 4,391 ล้านบาท 
            คาดว่าผลกำไรครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ 176 ล้านบาท และจะควบคุมสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไม่เกิน 2.23% ทั้งนี้จากแผนธุรกิจในครึ่งปีหลังรวมกับผลงานของครึ่งปีแรก บริษัทคาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี 2553 ที่ 52,099 ล้านบาท เติบโตจากยอดสินเชื่อคงค้างปี 2552 ประมาณ 20% มีจำนวนลูกค้าในระบบเช่าซื้อรวมไม่น้อยกว่า 1.45 แสนบัญชี
            นายอิสระ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปีนี้ ที่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้บริษัทมีผลกำไรสูงถึง 224 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 157 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.43% และจากภาวะเศรษฐกิจภาพรวมมีการปรับตัวดีขึ้นเกือบทุกด้านส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกมีการเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 54.1% สอดคล้องกับการปล่อยสินเชื่อใหม่ของ ลีสซิ่งกสิกรไทย ที่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ได้ 13,515 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมาย
             ทั้งนี้ปี 2553 บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย ได้รับรางวัล Best Car Leasing of The Year 2010 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลระดับประเทศ สำหรับบริษัทที่ให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ที่มีศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจ และได้รับความพึงพอใจในด้านบริการจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ และลูกค้าโดยทั่วไปอีกด้วย
E-mail Print PDF

‘ทาทา’เตรียมส่งรถเล็กบุกตลาด

autonews-2

            ทาทา เตรียมลุยรถยนต์ขนาดเล็ก หลังขึ้นอันดับ 6 ตลาดปิกอัพในไทย พุ่งกว่า 500 คัน/เดือน ขณะยอดสะสม 6 เดือนของปีนี้ทะลุกว่า 2 พันคัน

            นายอาจิต เวนคาทารามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการตลาดของบริษัทว่า ยอดขายรถปิกอัพของทาทาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 คัน/เดือนแล้ว โดยในเดือนมิถุนายน 2553 จำหน่ายได้ 503 คัน เป็นอันดับ 6 ในตลาดรถปิกอัพของไทย อีกทั้งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 453 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 จากเดือนพฤษภาคม 2553 ยอดขายดังกล่าวแบ่งออกเป็นรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ ไจแอนท์ 362 คัน รุ่นเอ็กซ์เทนท์แค็บ 134 คัน ที่เหลือเป็นรุ่นดับเบิ้ลแค็บ

             สำหรับยอดจำหน่ายในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2553 อยู่ที่ 2,327 คัน เติบโตถึงร้อยละ 452.7 จาก 421 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นที่น่าสังเกตว่า ทาทา ซีนอน ซูเปอร์ ซีเอ็นจี มีสัดส่วนยอดขายถึง 70% ของยอดขายรวมทั้งหมด ความสำเร็จนี้เป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำรายแรกที่ติดตั้งระบบ ซีเอ็นจี สมบูรณ์แบบ 100% มาจากโรงงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อทาทาซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในเซ็กเม้นต์นี้

              นายอาจิต กล่าวว่า “สำหรับในการขยายตลาดในประเทศไทยนั้น บริษัทมีแผนที่จะพัฒนารถยนต์นั่งขนาดเล็กออกมาตอบสนองความต้องการของตลาดเมืองไทยอย่างแน่นอนโดยมองเห็นโอกาสทั้งในส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ใช้รถปิกอัพสำหรับการโดยสารในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหันมาใช้รถเล็กเพิ่มมากขึ้น” นายอาจิต กล่าวทิ้งท้าย

E-mail Print PDF

‘ลามิน่า’ดันฟิล์มใหม่ปรับเป้า 500 ล.รับรถโต

 

autonews-1

            ลามิน่าฉลอง 15 ปี เชื่อตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์รุ่ง แนวโน้มโตตามคาดการณ์ ตลาดรถ 7 คัน ปรับเป้าขายปีนี้เพิ่มหวังทะลุ 500 ล้านบาท เผยเป้าหมาย 4 ประการส่งผลความเป็นผู้นำ พร้อมรักษาตำแหน่งแชมป์ตลาดฟิล์มต่อเนื่อง 10 ปี

            นางสาวจันทร์นภา สายสมร กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ “ลามิน่า” และฟิล์มหมวดพิเศษ “ลูม่าร์” เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาครบ 15 ปีในฐานะผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสง ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการประกาศตนในฐานะผู้นำด้านต่างๆ 4 ประการ คือ 1.Innovation หรือการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม 2.Service หรือผู้นำด้านมาตรฐานการให้บริการ 3.CSR หรือผู้นำด้านพันธกิจคืนสู่สังคม และ 4. Fact หรือผู้นำด้านการเสนอข้อเท็จจริงสู่ผู้บริโภค

             “ปัจจุบันลามิน่ามีฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จำหน่ายมากถึง 26 รุ่น รวมไปถึงฟิล์มกรองแสงติดอาคาร ฟิล์มตกแต่ง และฟิล์มนิรภัย มากกว่า 60 รุ่น สามารถครองความต้องการได้ครบทุกความต้องการ และเป็นผู้นำในการติดตั้งฟิล์มแบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อรายแรกในประเทศ เป็นรายแรกรับประกันฟิล์มนาน 7 ปี และเป็นรายเดียวที่ได้รับรางวัล Superbrand ที่ครองใจผู้บริโภคสูงสุดตั้งแต่ปีพ.ศ.2547-ปัจจุบัน ปีนี้จะนำเสนอฟิล์มรุ่นใหม่ในกลุ่ม “ป๊อป ซีรี่ส์” ที่ลดความร้อนจากแสงแดดได้สูงถึง 59% และลดรังสียูวี 90% ผลิตจากโรงงานเดียวกับลามิน่า สหรัฐอเมริกา”

                 นางสาวจันทรนภา กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของบริษัทปีนี้จะขอรักษาการเป็นผู้นำทางด้านยอดขายต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เชื่อว่าตลาดฟิล์มรถยนต์จะขยายตัวขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีแนวโน้มว่าจะมียอดจำหน่ายสูงกว่า 7 แสนคัน บริษัทจึงได้ปรับเป้าการจำหน่ายเป็น 500 ล้านบาท จากเดิมที่ประมาณ 450 ล้านบาท

E-mail Print PDF

รถใหม่จ่อเปิดตัวอื้อครึ่งปีหลังส่อแข่งเดือด

news02

            ค่ายรถปลื้มยอดครึ่งปีแรกทะลุ 3.5 แสนคันพุ่งทุบสถิติกว่าปี 2548 ที่ทำไว้สูงสุด ครึ่งปีหลังปัจจัยบวกเพียบ ทั้งเศรษฐกิจฟื้น ราคาน้ำมันคงที่ สินค้าเกษตรราคาดี เห็นแววแข่งดุเดือด ค่ายใหญ่-เล็กเตรียมขนป้ายแดงรุ่นใหม่ลงสนาม ฟอร์ด ได้เวลาส่ง “เฟียสต้า” คาด “เชฟโรเลต” ได้ขุนพลใหม่ “ครูซ” แทนออพตร้า มาสด้า แต่งหน้าทาตาให้เวอร์ชั่น “3” ใหม่ ยักษ์ใหญ่โตโยต้า ไมเนอร์เชนจ์ “อัลติส” ซูบารุเติมอเนกประสงค์ “เอาต์แบ็ก” ข้างฮุนไดส่งตู้ “แกรนด์ สตาเร็กซ์” ค่ายจีน “เฌอรี่” ดันรุ่นใหม่
“A1” ลงสนามรถเล็ก

            ตัวเลขรายงานสถิติการขายรถยนต์ 6 เดือนแรกของปี 2553 พบว่า มีปริมาณการขาย 356,692 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่ โดยมีปริมาณการขายสูงกว่ายอดขายสะสม 6 เดือนแรกของปี 2548 กว่า 10,700 คัน ซึ่งในปี 2548 มียอดขายรวมทั้งปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 703,432 คัน สะท้อนให้เห็นกำลังซื้อของประชาชนที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่ายอดขายรถยนต์ภายในประเทศของปีนี้จะทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ 6.5-7.2 แสนคัน
            คาดการณ์แนวโน้มการแข่งขันในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนตลาดรถยนต์ช่วงครึ่งหลังของปี 2553 ที่มีเพิ่มขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรก เช่น เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในระดับต่ำ การให้สินเชื่อของสถาบันการเงินมีความผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด รวมถึงการทยอยจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ต่อจากนี้ไป
            สำหรับทิศทางของหลายค่ายรถยนต์ที่กำลังมีแผนแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดช่วงเวลาของครึ่งหลังของปีนี้พอมองเห็น โดยเริ่มจาก ฟอร์ด ประเทศไทย จะใช้เวลาประมาณเดือนสิงหาคมนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการรุ่น “ฟอร์ด เฟียสต้า” (Ford Fiesta) โดยมีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร และ 1.6 ลิตร ทั้งรุ่น 4 และ 5 ประตู ขณะนี้ฟอร์ดได้เปิดเผยราคาของเฟียสต้าออกมาแล้ว โดยเริ่มต้น 529,000 ถึง 699,000 บาท
           รถที่น่าจะอยู่ในปฏิทินเปิดตัวรถใหม่ในปีนี้รถที่ถูกหมายตาของผู้บริโภคที่ต้องการรถใหม่ ยังให้น้ำหนักกับการเปิดตัวของ ค่าย “เชฟโรเลต” ด้วย ความน่าสนใจโดยเฉพาะการเปิดตัวของเก๋งโมเดลใหม่ “เชฟโรเลต ครูซ” (Chevrolet Cruze)รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็กต์ ซึ่งรถรุ่นนี้ว่ากันว่าจะถูกวางเข้ามาทำตลาดแทนรุ่น “ออพตร้า” ในปัจจุบัน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 1.6 และ 1.8 ลิตร นอกจากนี้คาดว่าเครื่องยนต์ของครูซ น่าจะสามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E85 ได้ด้วย
           นอกจากนี้รถในกลุ่มที่น่าจะมีการไมเนอร์เชนจ์มีความเป็นไปได้สูงที่ ค่ายยักษ์ใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จะเปิดตลาดของไตรมาส 3 กับการปรับแต่งโฉม “โคโรลล่า อัลติส”(Corolla Altis) เก๋งคอมแพ็กต์ หลังจากทำตลาดในไทยมาตั้งแต่ต้นปี 2551 นับเป็นช่วงเวลาของการแต่งโฉม ตามรายงานข่าวจะเปิดตัว โคโรลล่า อัลติส ใหม่ สู่ตลาดในช่วงไตรมาสนี้ หรือประมาณเดือนสิงหาคมนี้
           นอกจากนี้ในกลุ่มรถยนต์ขนาดคอมแพ็กต์น่าสนใจไปถึง มาสด้า เนื่องจากวันที่ 3 สิงหาคมนี้ได้ทำการเปิดตัว มาสด้า3 รุ่นปรับโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ new Mazda3…. A Reflection of Your Sports Spirit ลุคใหม่...พิกัดใหม่ สายพันธุ์สปอร์ต ยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นตัวคุณและพร้อมตอบสนองทุกรูปแบบของไลฟ์สไตล์อีกด้วย
           อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์เฌอรี่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ยังเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ “เฌอรี่ เอ1” (Chery A1) ในไทยอย่างเป็นทางการ เครื่องยนต์ 1,300 ซีซี. 83 แรงม้า สามารถใช้แก๊สโซฮอลล์ อี20 ขับเคลื่อนล้อหน้า ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร ใกล้เคียงกับคุณสมบัติของอีโคคาร์ และทำความเร็วได้สูงสุด 156 กม./ชม. มาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาครบครัน อาทิ กระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บาน กระจกมองข้างปรับด้วยไฟฟ้า กุญแจรีโมต ระบบกันขโมย Immobilizer ถุงลมนิรภัย ระบบเบรก ABS เป็นต้น
           ขณะที่ในช่วงเวลาประมาณเดือนตุลาคมค่ายรถ “ซูบารุ มอเตอร์อิมเมจ” มีแผนจะทำตลาดเพิ่มเติมด้วยการส่งรุ่น “ซูบารุ เลกาซี่ เอาต์แบ็ก” (Subaru Lecagy Outback) บุกตลาดรถอเนกประสงค์ นอกจากนี้ในเดือนเดียวกันค่ายรถ “ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์” แบรนด์จากเกาหลี ที่เตรียมต่อยอดความสำเร็จในรุ่น “เอช1” ด้วยการนำเข้ารถเอ็มพีวีหรู 7 ที่นั่ง “แกรนด์ สตาเร็กซ์” (Grand Starex) เข้ามาเสริมตลาดอีกรุ่น
            นอกจากนี้ในกลุ่มรถหรูก็มีแนวโน้มการแข่งขันที่ดุเดือดไม่ต่างกันเมื่อ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กำหนดกลางเดือนที่ผ่านมาเปิดตัวสู่ตลาดโฉมใหม่ของ “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5” โดยระลอกแรกได้เปิดตัว “ซีรี่ส์ 5” ใหม่ เวอร์ชั่นนำเข้าจากต่างประเทศ หรือซีบียู (CBU) ส่วนเวอร์ชั่นประกอบในประเทศ (CKD) จะตามมาปลายปีนี้ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของค่ายหรูฟาก “วอลโว่ ประเทศไทย” ก็น่าสนใจไม่หยอกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ น่าจะมีการเปิดตัวรุ่น “เอส 60” ซึ่งเพิ่งเผยโฉมในตลาดโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นปลายปีนี้จะนำเข้าทั้งคันแบบซีบียูมาทำตลาดก่อน และจากนั้นจะขึ้นไลน์ประกอบในประเทศปีหน้า

Page 1 of 8

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  3 
  •  4 
  •  5 
  •  6 
  •  7 
  •  8 
  •  Next 
  •  End 
  • »