หนังสือพิมพ์ออโต้ พรีวิว ครบเครื่อง เรื่องยานยนต์

Banner

ยอดผลิตรถยนต์พุ่งสูงต่อเนื่องอินเตอร์ไฮด์ยิ้มรับออเดอร์พุ่ง

E-mail Print PDF

             นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.อินเตอร์ไฮด์ (IHL) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเบาะหนังสำหรับรถยนต์รายใหญ่ของไทย เผยแนวโน้มธุรกิจเบาะหนังรถยนต์ในครึ่งปีหลังว่า จะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกอย่างชัดเจนตามทิศทางการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มมีกำลังซื้อเข้ามาเพิ่มมากขึ้น หลังผู้ผลิตส่งรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด และเศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัวจนทำให้ผู้บริโภคกล้าจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น โดยบริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (Order) จากลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการค่ายรถยนต์เข้ามารอการส่งมอบจนถึงสิ้นปีแล้ว ขณะที่ใช้กำลังการผลิตเกือบเต็ม 100%

             “ในครึ่งปีแรกเรามั่นใจว่าธุรกิจเติบโตได้ดีกว่าปีก่อน ถึงแม้ว่าในไตรมาสที่สองจะมีวันหยุดค่อนข้างเยอะ และมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเกิดขึ้น แต่ก็เป็นเพียงระยะสั้นๆ ทำให้ภาพรวมยังดีเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และเชื่อว่าสัญญาณการเติบโตนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีและปีหน้าด้วย เพราะตามวงจรธุรกิจการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
               นานหลายปีหากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้ามากระทบ ซึ่งขณะนี้ยังมีออเดอร์ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากรถยนต์โมเดลเดิมที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน และรถยนต์โมเดลใหม่ซึ่งในปีนี้สถาบันยานยนต์ประเมินว่าในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยจะมียอดผลิตอยู่ที่ 150,000 คัน จากปีก่อนที่อยู่ที่ 999,378 คัน จึงถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่บริษัทจะได้รับประโยชน์ด้วย” นายองอาจ กล่าว นายองอาจ กล่าวว่า ประเมินจากคำสั่งซื้อที่ไหลเข้ามาในปัจจุบันนี้ และกำลังการผลิตที่สามารถรองรับได้ มั่นใจว่าในปี 2553 จะสามารถผลักดันรายได้ถึง 1,800-1,900 ล้านบาท ตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน ส่วนกำไรก็คงดีไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเพียงไตรมาสแรกไตรมาสเดียวก็ทำกำไรสุทธิสูงถึง 113.61 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.38 บาทสูงกว่าปี 2552 ทั้งปีที่ทำได้ 109.06 ล้านบาทประกอบกับได้รับผลดีจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้การสั่งซื้อวัตถุดิบจากต่างประเทศมีราคาต่ำลง นอกจากนั้นยังได้รับผลดีจากการประหยัดขนาดการผลิต (Economies of  Scale) ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น จึงน่าจะส่งผลให้ผลประกอบการในปีนี้เติบโตได้อย่างโดดเด่น
                อีกทั้งเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง บริษัทจึงมีแผนจะขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้งบลงทุนจำนวน 92 ล้านบาท ซื้อโรงงานเพื่อปรับปรุงเป็นโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2554 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก20-30% จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.5 ล้านตารางฟุต/เดือน โดยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อใหม่ที่จะเริ่มเข้ามา โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ ที่คาดว่าจะเปิดตัวลงสู่ตลาดกันอย่างคึกคักในปีหน้า ซึ่งจะสะท้อนให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตไปในทิศทางเดียวกันด้วย

Add comment


Security code


Refresh