พลังงานฯ เสนอขยายเวลาตรึงราคาพลังงาน ทั้งก๊าซ LPG และก๊าซธรรมชาติ NGV ออกไปอีก 6 เดือน คือไปสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2554 หลังจากมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือน ส.ค. นี้ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว. พลังงาน เปิดเผยว่า การขยายเวลาตรึงราคาก๊าซ คาดว่าจะต้องใช้เม็ดเงินกว่าหมื่นล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องชดเชยการนำเข้า LPG ประมาณ 2,204 ล้านบาท/เดือน หรือรวมทั้งสิ้นประมาณ 13,224 ล้านบาท กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยราคา NGV ในอัตรา 2 บาท/กิโลกรัม คาดว่าจะเป็นภาระต่อกองทุนน้ำมันฯ ประมาณ 300-400 ล้านบาท/เดือน หรือรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,800-2,400 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กพช.ว่าจะเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอหรือไม่ โดยกระทรวงพลังงานให้เหตุผลว่าที่ต้องตรึงราคาพลังงานต่อไป เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลง และมีผลต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย เพื่อให้สนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศโดยเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็ง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางด้านพลังงานรวมทั้งประกอบกับประมาณการรายรับ-รายจ่ายของกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงเดือน ก.ย. 2553 ถึง ก.พ. 2554 มีรายรับสุทธิประมาณ 109 ล้านบาท ซึ่งยังสามารถรับภาระการชดเชยการนำเข้า LPG และชดเชยราคา NGV ต่อไปได้ จึงเห็นควรให้ขยายมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อไปอีก 6 เดือน
ส่วนกรณีที่มีการเสนอ กพช.ให้ลดราคาน้ำมัน 2 บาท/ลิตร ด้วยการลดการจัดเก็บภาษีนั้น นพ.วรรณรัตน์แสดงความเห็นว่า น่าจะใช้กลไกการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง ไม่ควรใช้กลไกสนับสนุนราคาพลังงานจากกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาช่วย เพราะกองทุนน้ำมันฯ จัดเก็บเงินจากน้ำมันที่มีส่วนผสมของพลังงานทดแทนในอัตราที่น้อยอยู่แล้ว และมีภาระต้องชดเชยราคาLPG ซึ่งหากจะต้องมาชดเชยราคาน้ำมันให้ลดลงอีก อาจจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีผลขาดทุนได้ และกองทุนน้ำมันฯ เองก็ต้องการให้มีเงินในกองทุนไว้ในระดับประมาณไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไว้ดูแลในสถานการณ์ฉุกเฉิน




